เซลล์ต้นกำเนิดกับการฟื้นฟูสภาวะเสื่อม: Stem Cells & Regeneration จากชีววิทยาสู่การแพทย์แห่งอนาคต

เพื่อผู้บริโภค

เซลล์ต้นกำเนิด (stem cells) เป็นเซลล์ที่มีความสามารถในการแบ่งตัวได้เป็นเวลานานเพื่อสร้างเซลล์ลูกที่มีการเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะ เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ประสาท และเซลล์กระดูก เป็นต้น เมื่อพิจารณาตามหลักวิชาแล้วคำว่า “เซลล์ต้นกำเนิด” ที่ประชาชนเข้าใจนั้นหมายรวมถึงทั้งเซลล์ต้นกำเนิดจริงๆ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า stem cells และเซลล์ตั้งต้นที่เรียกว่า progenitor cells เนื่องจากในปัจจุบันเป็นการยากที่จะระบุชนิดของเซลล์ ดังนั้นในที่นี้ผู้เขียนจึงใช้คำว่าเซลล์ต้นกำเนิดตามความหมายที่ใช้เรียกเซลล์ทั้งสองประเภทรวมกันว่า stem/progenitor cells หรือ precursor cells ถึงแม้ว่าการประยุกย์ใช้เซลล์ต้นกำเนิดในด้านการแพทย์เชิงฟื้นฟู (regenerative medicine) มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามขั้นตอนของการพัฒนาเพื่อให้ได้เซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะดังกล่าวยังมีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่งและกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ

แนวทางการรักษาโรคโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดนั้นอาจแบ่งกว้างๆ ได้ 2 ประเภทหลัก คือ

1. การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือเซลล์ลูกหลานจากภายนอกร่างกาย (exogenous stem cell transplantation, stem cell replacement therapy)

เซลล์ต้นกำเนิดที่ถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเพื่อการปลูกถ่ายนั้นอาจถูกปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน เช่น ปรับเปลี่ยนยีนให้สร้างโปรตีนบางชนิดเพิ่มมากขึ้น หรือใช้เป็นพาหนะนำส่งยาที่ต้องการ เป็นต้น การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่ว่านี้จึงอาจหวังผลเชิงการรักษาได้หลายประการ

  • หรือเป็นการคาดหวังว่าเซลล์ที่ปลูกถ่ายสามารถทำงานได้แหมือนกับเซลล์ที่ถูกทำลายหรือสูญหายไปเมื่อเกิดโรคภัย เช่น ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดไปยังสมอง ก็คาดหวังว่าเซลล์ดังกล่าวมีการพัฒนาไปเนเซลล์ประสาทชนิดจำเพาะ เช่น เซลล์ประสาทโดปามีน และอยู่รอดเพื่อติดต่อสื่อสารกับเซลล์ประสาทเดิมที่เหลืออยู่
  • คาดหวังว่าเซลล์ที่ปลูกถ่ายให้ถึงแม้ไม่สามารถกลายไปเป็นเซลล์ที่ทำงานได้ อย่างน้อยก็น่าจะหลั่งสารบางอย่างที่ช่วยประคับประคองช่วยให้เซลล์ที่กำลังจะตายอยู่รอมร่อได้ฟื้นตัวกลับมาทำงานเหมือนดังปกติ
  • คาดหวังว่าถึงแม้เซลล์ที่ปลูกถ่ายไปไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ด้วยคุณสมบัติที่เซลล์ชนิดนี้ชอบเคลื่อนตัวไปอยู่กันเป็นกลุ่มจึงคาดว่า ก้อนมะเร็งที่ปล่อยสารบางชนิดดึงดูดให้เซลล์ต้นกำเนิดที่บรรทุกยาต้านมะเร็งเดินทางเข้าไปหา ด้วยหลักการนี้ยาฆ่ามะเร็งก็จะอาจออกฤทธิ์จู่โจมเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ

2. การระดมพลเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่แล้วในร่างกายเรา (endogenous stem cell recruitment therapy) หมายถึง การหาวิธีการใช้ประโยชน์จากเซลล์ต้นกำเนิดที่เป็นสมบัติอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกินยา ใช้เครื่องมือทางการแพทยื หรือวิธีการอื่นๆ เช่น การวิ่งออกกำลังกายช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดชนิด endothelial progenitor , cells bone-marrow stem cells และเซลล์ชนิดอื่นๆ ในกระแสเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนี้การวิ่งยังช่วยเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดในสมองของคนเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองของผู้ใหญ่ (adult neurogenesis)

  • โดยคาดหวังว่า “ยา” ดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดแบ่งตัว หรือ ออกเดินทางไปยังบริเวณที่ต้องการ เช่น ยา G-CSF ที่ใช้ในการกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกออกเดินทางไปตามกระแสเลือดเพื่อไปยังบริเวณสมองที่เกิดหลอดเลือดตีบตันจนเกิดโรคสมองขาดเลือด (ischemic stroke) ซึ่งผลการทดลองในผู้ป่วยเป็นที่น่าพอใจ
  • คาดหวังว่า “ยา” สามารถเพิ่มระดับเซลล์ต้นกำเนิดในอวัยวะต่างๆ เพื่อชะลอกระบวนการแก่ของเซลล์ หรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดการบาดเจ็บ หรือเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ให้สูงขึ้น (human enhancement)
  • คาดหวังว่า “ยา” ที่เป็นสารโพลิเมอร์จากธรรมชาติหรือสังเคราะห์จะช่วยทำหน้าที่คล้ายกับสารเชิงซ้อนที่อยู่ภายนอกเซลล์ (extracellular matrix) ที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้านเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell niche) ที่จำเป็นในการทำงานของมัน

 ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เซลล์ต้นกำเนิดจึงเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยเพื่อการบำบัดให้หายขาดจากโรคร้ายและส่งเสริมสุขภาพในคนปกติเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ท่ามกลางความรู้และการประยุกต์ใช้เซลล์ต้นกำเนิดได้เพิ่มขึ้นในทุกสาขา ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดโดยเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดจากสายสะดือทารกจึงเป็นธุรกิจที่ขายความหวังผ่านการตลาดที่ชาญฉลาดด้วยการกระตุ้นสายใยรักและความกังวลต่อสุขภาพของลูกน้อยในอนาคต

 จากรายงานสรุปของคณะกรรมการสมาคม American society for blood and marrow transplantation (ASBMT) ได้ให้ข้อแนะนำว่า

  1. การบริจาคเซลล์จาก umbilical cord blood (CB) เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ
  2. เนื่องจากโอกาสที่เจ้าของเซลล์ต้นกำเนิดจาก CB จะได้ใช้ในการรักษาตัวเองนั้นมีน้องมาก ประมาณ 0.0005%-0.04% ( 1 ใน 200,000 ถึง 1 ใน 2,500) ในช่วงอายุ 20 แรกของชีวิต ดังนั้นการเก็บ CB เพื่อวัตถุประสงค์เอาไว้ใช้การปลูกถ่ายให้กับตัวเอง (autologous transplantation) จึงไม่แนะนำ
  3. การเก็บ CB เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับสมาชิกภายในครอบครัวจะเกิดประโยชน์ในกรณีที่พบว่าพี่ร่วมสายเลือดเกิดโรคที่คาดว่าจะสามารถรักษาสำเร็จได้ด้วยการปลูกถ่าย (allogenic transplantation) หรือกรณีที่พ่อหรือแม่เกิดโรคซึ่งคาดว่าสามารถรักษาสำเร็จได้ด้วยการปลูกถ่ายและมีความเหมือนกันบางส่วนของแอนติเจนที่เรียกว่า HLA ของทั้งสองคน

ผู้เขียนจึงไม่สนับสนุนการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากสายสะดือทารกในส่วนภาคเอกชนโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ เพราะโอกาสที่ทารกจะได้ใช้ประโยชน์มีน้อยมากซึ่งสอดคล้องกับรายงานล่าสุดที่ว่าการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดไม่มีความคุ้ทมค่าทางเศษฐศาสตร์ และถึงแม้ในปัจจุบันมีการใช้เซลล์ต้นกำเนิดดังกล่าวในการรักษาโรคอื่นๆ นอกเหนือจากที่ใช้อยู่ในเวชปฏิบัติแล้ว นั่นเป็นเพียงขั้นตอนการทดลองในสัตว์ทดลองหรือคนจำนวนน้อย ที่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ ผู้เขียนจึงขอสนับสนุนการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดกับสภากาชาดไทยเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

โดยในปัจจุบันเราสามารถจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้ใหญ่ได้หลายวิธี นอกจากนี้กลยุทธ์การระดมพลเซลล์ต้นกำเนิดจากภายในโดยใช้ยา, โพลิเมอร์ หรือวัสดุนาโนก็กำลังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องและประสบผลสำเร็จพอสมควร และที่สำคัญก็คือเทคโนโลยีทางเซลล์ต้นกำเนิดได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นักวิจัยสามารถนำเซลล์ไฟโบรบลาต์จากผิวหนังที่โตเต็มที่แล้วมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการและเหนี่ยวนำให้ประพฤติตัวเสมือนกับเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิดจากการเหนี่ยวนำ (induced pluripotent stem cells)  เซลล์ที่เจริญพัฒนาจากเซลล์ต้นกำเนิดชนิดดังกล่าว เช่น เซลล์เม็ดเลือด และเซลล์ประสาทได้ถูกทดลองในสัตว์ที่เป็นโรคแล้ว อย่างไรก็ตามนักวิจัยยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมอย่างรัดกุม

หากท่านกำลังพิจารณาการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดหรือจะทำการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด ผมอยากให้พิจารณาว่าท่านได้ถูกริดรอนสิทธิผู้บริโภคขั้นพื้นฐานหรือไม่

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยบัญญัติถึงสิทธิ
ของผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 ว่า”สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ”

                  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้

                  1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่ จะได้รับการโฆษณาหรือการ
แสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะ
ไม่หลงผิด ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม

                  2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความ สมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการ
ชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

                  3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน
เหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

                  4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

                  5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว

ติดตามอ่านกฏหมายของไทยได้ที่นี่

ติดตามอ่านกฏหมายของยุโรปได้ที่นี่

ติดตามอ่านกฏหมายของสหรัฐอเมริกาได้ที่นี่

สุดท้ายนี้การศึกษาเซลล์ต้นกำเนิดไม่ใช่เรื่องของการหาวิธีการรักษาโรคแบบใหม่เพียงอย่างเดียว เรายังสามารถใช้เซลล์ต้นกำเนิดในการศึกษาการพัฒนาสิ่งมีชีวิต  ใช้เซลล์ที่พัฒนาจากเซลล์ต้นกำเนิด เช่น เซลล์ประสาท เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หรือ เซลล์ตับ เพื่อศึกษากลไกการเกิดโรคและในการค้นคว้ายาใหม่ นอกจากนี้ยังใช้ทดสอบพิษจากสารเคมี ยา และอาหาร เป็นต้น หรือเซลล์ต้นกำเนิดเองก็เป็นที่มาของเนื้องอก  ดังนั้นเซลล์ต้นกำเนิดมีทั้งคุณและโทษ ขึ้นกับการตีความในบริบทต่างๆ และการนำไปใช้ของมนุษย์ครับ

 

ภาพประกอบจาก McEwen Centre for Regenerative Medicine. 

เอกสารอ้างอิง

  1. Ballen et al, Collection and preservation of cord blood for personal use, Biology of Blood and Marrow Transplantation, 14:356-363, 2008
  2. Fisk et al, Can routine commercial cord blood banking be scientifically and ethically justified?, PLoS Medicine, 2; 87-90, 2005
  3. Broxmeyer et al, High-efficient recovery of functional hematopoietic progenitor and stem cells from human cord blood cryopreserved for 15 years, PNAS, Vol 100, 2: 645-650
  4. Armson et al, Umbilical cord blood banking: Implications for perinatal care providers, Society of Obstetricians and Gynaecologists of Canada (SOGC) Clinical Practice Guidelines, 156: 263-274, 2005
  5. Hanna et al, Treatment of sickle cell anemia mouse model with iPS cells generated from autologous skin, Science, vol 318, 920-923, 2007
  6. Wernig et al, Neurons derived from reprogrammed fibroblasts functionally integrate into the fetal brain and improve symtomps of rats with Parkinson’s disease, PNAS, Vol 105, 5856-5861, 2008
  7. http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:T2FyPBs8K7cJ:www.hitap.net/backoffice/project/projects_display2.php%3Fid%3D54+%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E+%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94&cd=11&hl=en&ct=clnk&gl=uk

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: